แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MA แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 39 : ใช้ Pin Bar และ Reversal Bar เทรดคู่กับ Trend Line และ เส้น MA อย่างไร?


"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 39
ใช้ Pin Bar และ Reversal Bar เทรดคู่กับ Trend Line และ เส้น MA อย่างไร?

ในตอนนี้ผมจะยกตัวอย่าง "การใช้ Pin Bar และ Reversal Bar คู่กับ Trend Line และ เส้น MA" เพื่อให้เห็นภาพชัดมากขึ้นนะครับ

จริงๆแล้ว Pin Bar อาจเกิดขึ้นบนรูปแบบของ Reversal Bar ด้วยก็ได้ ยิ่งทั้งสองอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน และอยู่ในทิศทางเดียวกับแนวโน้มแล้ว สัญญาณนั้นจะยิ่งมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างแรก : จะเป็น การนำ Pin Bar และ Reversal Bra มาใช้คู่กับ Trend Line ซึ่งเส้นเราอาจจะตีเส้นเดียวหรือตีเส้นคู่ขนานก็ได้แล้วแต่ความถนัด Trend Line จะทำให้เราเห็นแนวโน้มชัดมากขึ้น

หากเป็นแนวโน้มขาขึ้น เราจะรอให้ราคาวิ่งเข้าใกล้เส้นแนวรับ (Support) แล้วเกิดสัญญาณ Pin Bar หรือ Reversal Bar เราจึงใช้สัญญาณนั้นเป็น Signal และ Trade Setup

ภาพโดย : Purd Tanitas

โดยวิธีเปิดออเดอร์ผมจะเข้าด้วยการวาง Pending Order ไว้ด้านบน สูงกว่า High ของแท่งที่เป็น Trade Setup เล็กน้อย แล้ววาง Stoploss ไว้ต่ำกว่า Low ลงมาเล็กน้อยเช่นกัน ที่ต้องให้ห่างเล็กน้อยเป็นการเผื่อ Buffer ไว้กันโดนเกี่ยวกรณีที่ราคามาทดสอบแนวรับตรงจุด Low เดิมของแท่ง Trade Setup แต่ราคาไม่ได้เบรกแนวนั้นจริงๆ แล้วเด้งกลับไปตามแนวโน้มเดิม

ภาพโดย : Purd Tanitas


เรามาดูแนวโน้มขาลงกันบ้าง เราจะรอให้ราคาวิ่งเข้าใกล้เส้นแนวต้าน (Resistance) แล้วเกิดสัญญาณ Pin Bar หรือ Reversal Bar เราจึงใช้สัญญาณนั้นเป็น Signal และ Trade Setup

ภาพโดย : Purd Tanitas

โดยวิธีเปิดออเดอร์ผมจะเข้าด้วยการวาง Pending Order ไว้ด้านล่างต่ำกว่า Low ของแท่งที่เป็น Trade Setup เล็กน้อย แล้ววาง Stoploss ไว้สูงกว่า High ขึ้นไปเล็กน้อยเช่นกัน

ภาพโดย : Purd Tanitas



ตัวอย่างที่สอง : จะเป็น การนำ Pin Bar และ Reversal Bar มาใช้คู่กับเส้น MA

ซึ่งหลักการก็จะคล้ายกันกับการใช้ Trend Line เพียงแค่เปลี่ยนเครื่องมือในการหาแนวรับแนวต้านมาเป็นเส้น MA นั้นเอง โดยวิธีนี้ช่วยให้คนที่ตีเส้น Trend Line ไม่ค่อยชำนาญสามารถหาแนวรับแนวต้านได้ไม่ยากเลย

จุดสังเกตในแนวโน้มขาขึ้นก็คือเส้น MA จะต้องเอียงขึ้นในองศาที่เหมาะสม ไม่น้อยเกินไปและไม่ชันเกินไป และราคาอยู่เหนือเส้น MA เราจะรอให้ราคาเข้าใกล้เส้น MA ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นแนวรับ (Support) แล้วเกิดสัญญาณ Pin Bar หรือ Reversal Bar

ภาพโดย : Purd Tanitas


ส่วนแนวโน้มขาลงก็กลับกัน คือ เส้น MA จะต้องเอียงลงในองศาที่เหมาะสม ไม่น้อยไปและไม่ชันเกินไป ราคาอยู่ใต้เส้น MA เราก็จะรอให้ราคาเข้าใกล้เส้น MA ซึ่งทำหน้าที่เป็นเส้นแนวต้าน (Resistance) แล้วเกิดสัญญาณ Pin Bar หรือ Reversal Bar

ภาพโดย : Purd Tanitas

เพื่อความกระชับ Trade setup และจุดเข้ากับ Stoploss จะเหมือนที่อธิบายไปแล้วข้างบนเลยนะครับ


อย่าลืมคำนวณ Lot Size ที่การเปิดออเดอร์โดยใช้ Money Management ด้วยนะครับ

สำหรับจุด Take Profit แล้วแต่กลยุทธ์ของแต่ละคน ส่วนตัวผมส่วนมากจะใช้ Let Profit Run รอจนกว่าจะมีสัญญาณปิดออเดอร์จาก Indicator ทำให้บางเทรดมี Risk : Reward เกิน 1:5 เลยทีเดียว


ในตอนนี้ผมขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน ช่วยให้ได้ไอเดียในการ Setup ระบบเทรดของตัวเองได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ หากมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไร หรือใครมีความเห็นเพิ่มเติมสามารถ Comment ใต้บทความนี้ได้เลยนะครับ

ขอบคุณมากครับ สำหรับการติดตามบทความ

- Purd Tanitas -


เปิดบัญชี Exness คลิ๊กที่นี่ รหัสพาร์ทเนอร์ s9osq4ce

เปิดบัญชีจริง XM คลิ๊กที่นี่  รหัสพันธมิตร KG429

เปิดบัญชี Doo Prime คลิ๊กที่นี่   รหัสอ้างอิง 734841


Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 36 : Indicator


"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 36

ตอนนี้ถือเป็น Part สุดท้ายของตอนที่ 34
ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนที่ 34 สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ ที่นี่ เลยนะครับ
ส่วนตอนที่ 35 ก็ คลิกที่นี่ เลยครับ

ในตอนนี้ผมขอยังไม่ลงลึกในเรื่องของ Indicator แต่ละตัวมากนักนะครับ ขอพูดคร่าวๆในส่วนของ Indicator ที่ช่วยในการบอก Trend (แนวโน้ม) ก่อน เพื่อให้ต่อเนื่องกันกับตอนที่ 34-35

เรามาเริ่มกันเลย...

Indicator คือ เป็นเครื่องมือหรือตัวชี้วัด ที่ช่วยในการวิเคราะห์ทางเทคนิค โดยนำข้อมูลดิบอย่างราคาหรือปริมาณการซื้อขาย มาคำนวณด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์หรือสูตรทางสถิติที่คิดค้นขึ้น ซึ่งแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของ Indicator แต่ละตัว



Indicator ที่นิยมใช้กันในตลาด Forex มี 2 ประเภท หลักๆ คือ

  • Trend (แนวโน้ม)
  • Oscillators (การแกว่งตัว)


Indicator ประเภท Trend จะใช้งานได้ผลดีในช่วงที่ "ตลาดเป็น Trend" ไม่ว่าจะเป็นทิศทางขาขึ้น หรือ ขาลง แต่จะได้ผลไม่ดีนักหากตลาดช่วงนั้น Sideway (ไม่มีแนวโน้ม) เพราะจะเจอสัญญาณหลอกบ่อยครั้ง

และ Indicator ประเภท Trend มีหลายตัว และที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ "Moving Average" หรือ "เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่" ซึ่งเป็นการนำราคาย้อนหลังตามจำนวนที่ต้องการมาหาค่าเฉลี่ย



การนำ "เส้น MA" มาใช้ในการเทรดขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน มีทั้ง 1 เส้น 2 เส้น หรือ 3 เส้น เป็นต้น

เทคนิคการเทรดด้วย MA 1 เส้น ก็จะใช้การดูราคาว่าอยู่เหนือหรืออยู่ต่ำกว่าเส้น หากราคาอยู่เหนือเส้นก็จะหาจังหวะในการเทรดทำกำไรขาขึ้น หากอยู่ต่ำกว่าเส้นก็จะหาจังหวะในการเทรดทำกำไรขาลง

ภาพโดย : Purd Tanitas



เทคนิคการเทรดด้วย MA 2 เส้น จะใช้เส้นสั้นคู่กับเส้นยาว เช่น MA 10 และ MA 50 บางเทคนิคใช้จังหวะการตัดกันของเส้นเป็นสัญญาณในการเข้าเทรด เส้นสั้นตัดขึ้นเทรดทำกำไรขาขึ้น เส้นสั้นตัดลงเทรดทำกำไรขาลง แต่เทคนิคนี้อาจจะเจอสัญญาณหลอกบ่อยหากราคาเข้าช่วง Sideway

ภาพโดย : Purd Tanitas



ส่วนบางเทคนิคจะใช้เพื่อดูเทรนและหาจังหวะในการเทรด คือ เมื่อเส้นสั้นอยู่เหนือเส้นยาวจะหาจังหวะในการเข้าเทรดทำกำไรขาขึ้น หากเส้นสั้นอยู่ต่ำกว่าเส้นยาวก็จะหาจังหวะในการเทรดทำกำไรขาลง

ภาพโดย : Purd Tanitas



ส่วนเทคนิคการเทรดด้วย MA ที่มากกว่า 2 เส้นขึ้นไปก็จะคล้ายๆกับหลักการแบบ MA 2 เส้น แล้วแต่ว่าใครจะนำมาประยุกต์ใช้แบบไหน


ข้อแนะนำ สำหรับการหาจังหวะที่ใช้เป็นสัญญาณในการเทรดควรนำ "Price Action" เข้ามาประกอบการตัดสินใจด้วย จะช่วยลดสัญญาณหลอกลง ช่วยให้มีความแม่นยำมากขึ้น


ส่วน Indicator ประเภท Oscillators เหมาะสำหรับการเทรดในตลาดที่แกว่งตัวอย่างไร้ทิศทาง หรือที่เรียกว่า Sideway เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถใช้รับมือกับความผันผวนของตลาด Sideway ได้ง่ายขึ้น มักจะนำมาใช้ประกอบเทคนิคในการเทรดแบบ Swing Trade ในช่วงตลาด Sideway และก็มีเทรดเดอร์หลายคนนำมาใช้ควบคู่กับ Indicator ประเภท Trend เพื่อช่วยกรองสัญญาณหลอกบางตัวออกด้วยเหมือนกัน

Indicator ประเภท Oscillators ที่นิยมใช้กัน คือ "MACD"  "RSI" และ "Stochastic"

ภาพ MACD สร้างโดย Purd Tanitas



ภาพ RSI สร้างโดย Purd Tanitas



ภาพ Stochastic สร้างโดย Purd Tanitas



ข้อแนะนำก่อนนำ Indicator มาใช้ในการเทรด คือ
  • ควรศึกษา "หลักการ" หรือ "ที่มา" ของ Indicator ตัวที่จะเลือกใช้ให้เข้าใจก่อนว่า สร้างขึ้นมาด้วยหลักการแนวคิดอะไร เพื่อจะได้นำมาใช้ให้สอดคล้องกับแนวคิดของ Indicator ตัวนั้นๆ
  • หากคุณต้องการใช้ Indicator ประเภทใด คุณก็ควรเลือกใช้ Indicator ประเภทนั้นเพียง "ตัวเดียวก็พอ" ไม่ควรใช้ Indicator ประเภทเดียวกันหลายๆตัว


ยกตัวอย่าง เช่น ผมต้องการใช้ Indicator ประเภท Trend คู่กับ Oscillators ผมก็จะเลือกใช้เพียงอย่างละ 1 ตัว คือ MA กับ Stochastic เท่านั้น

ผมจะไม่ใช้ Indicator ประเภทเดียวกันหลายๆตัว เพราะ Indicator แต่ละตัวนั้นสร้างขึ้นมาจากแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป หากนำมาใช้พร้อมๆกันมันย่อมมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในตัว

ทำให้แทนที่จะได้สัญญาณเทรดที่ดี กลับได้สัญญาณเทรดที่แย่และสัญญาณที่น้อยลง เพราะกว่าทุกตัวจะเข้าเงื่อนไขพร้อมๆกัน จังหวะสัญญาณสวยๆก็ผ่านพ้นไปแล้ว


สำหรับตอนนี้ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ไว้ผมจะมาเขียนลงรายละเอียดใน Indicator แต่ละตัวอีกครั้งในตอนต่อๆไปนะครับ

หวังว่าบทความนี่จะเป็นประโยชน์ ช่วยให้ผู้อ่านได้ไอเดียในการใช้งาน Indicator และเทคนิคในการเทรดมากขึ้นนะครับ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถ Comment ถามที่ใต้บทความเลยครับ

ขอบคุณมากครับ สำหรับการติดตามบทความ


- Purd Tanitas -


เปิดบัญชี Exness คลิ๊กที่นี่ รหัสพาร์ทเนอร์ s9osq4ce

เปิดบัญชีจริง XM คลิ๊กที่นี่  รหัสพันธมิตร KG429

เปิดบัญชี Doo Prime คลิ๊กที่นี่   รหัสอ้างอิง 734841


Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 40 : ตั้งค่า Period ของ Indicator เท่าไหร่ดี?

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 40 :  ตั้งค่า Period ของ Indicator เท่าไหร่ดี? หลายคนข้องใจว่าจะตั้งค่า "Period" ของ...