แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขั้นตอน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขั้นตอน แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2562

ขั้นตอนการ Backtest ด้วย MT4 ทำอย่างไร? : Part # 3


"ขั้นตอนการ Backtest ด้วย MT4 ทำอย่างไร?"

Part # 3

หลังจากที่เราเตรียมข้อมูลราคากันเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มาดู "ขั้นตอนการทำ Backtest" กันเลย

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มและยังใช้งาน MT4 ในการเทรดไม่คล่อง สามารถข้ามเรื่องการ Backtest ทั้ง 3 Parts ไปก่อนได้เลยนะครับ



เรามาเริ่มกันเลยด้วยการเรียกคำสั่ง "Strategy Tester" ขึ้นมาก่อน ซึ่งสามารถเรียกคำสั่งได้ 2 วิธี คือ ไปที่เมนู "View" แล้วเลือกหัวข้อ "Strategy Tester" หรืออีกวิธีใช้คีย์ลัดด้วยการกด "Ctrl+R" ถนัดแบบไหนก็ใช้แบบนั้นได้เลยครับ



เมื่อเรียกคำสั่งขึ้นมาแล้ว จะมีหน้าต่าง "Tester" ขึ้นมาด้านล่าง ถ้าคุณต้องการพื้นที่แสดงกราฟมากขึ้นก็อาจจะปิดหน้าต่าง "Terminal" ไปก่อนก็ได้ครับ



เลือกโหลดด้านซ้ายว่าเราจะทดสอบ "Expert Advisor" (EA) หรือ "Indicator"



จากตัวอย่าง เลือกทดสอบ EA ตรงหัวข้อแรกด้านบนเรา "เลือกชื่อ EA" ให้ตรงกับที่เราจะทดสอบ



หัวข้อ "Symbol" เลือกคู่เงินที่เราต้องการทดสอบ



หัวข้อ "Model" เลือกโหมดการเคลื่อนตัวของราคา แต่ละโหมดมีผลต่อการทดสอบ โดยแต่ละโหมดมีความหมายดังนี้



  • Every tick : เป็นโหมดที่มีความละเอียดที่สุด การเคลื่อนตัวของกราฟจะขยับในทุก tick ใกล้เคียงกับการขยับจริงของราคา ด้วยความที่เป็นโหมดทดสอบแบบละเอียด ระยะเวลาในการทดสอบก็จะนานที่สุดด้วยเช่นกัน


  • Control points : เป็นโหมดการทดสอบแบบหยาบๆ ระยะเวลาที่ใช้ในการทดสอบก็จะค่อนข้างเร็ว แต่ผลการทดสอบที่ได้ออกมาก็จะมีความน่าเชื่อถือน้อยด้วยเช่นกัน


  • Open prices only : เป็นโหมดการทดสอบด้วยราคาเปิดของแท่งเท่านั้น เหมาะสำหรับ EA ประเภทที่ให้ความสำคัญและ Action เฉพาะหลังราคาของแท่งก่อนหน้าจบและเริ่ม Action ที่ราคาเปิดของแท่งปัจจุบันเกิดขึ้นเท่านั้น



ติ๊กหัวข้อ "Use date" เพื่อระบุช่วงเวลาที่เราต้องการทดสอบ เวลาบนคอมพิวเตอร์เราจะต้องตั้งวันเดือนปีเป็น คริสตศักราช (ค.ศ.) ด้วยนะครับ ถ้าเป็น พุทธศักราช (พ.ศ.) จะไม่สามารถทดสอบได้



ถ้าเราติ๊กหัวข้อ "Visual mode" จะเป็นการโชว์กราฟให้เราเห็นการเคลื่อนที่ของราคาและการทำงานของ EA ตรงแถบแนวนอนเป็นตัวปรับระดับความเร็วของกราฟ ส่วนปุ่ม "Skip to" กรณีเราไม่ต้องการดูกราฟเคลื่อนที่แล้วและต้องการให้การทดสอบเร็วขึ้นก็กดปุ่มนี้ได้เลย ระบบจะทำการ Skip ไปถึงวันที่ด้านหลังซึ่งวันที่ระบบขึ้นมาให้จะเป็นวันสุดท้ายที่เราเลือกด้านบน



เลือก Time Frame ที่หัวข้อ "Period" ด้านขวามือ



หัวข้อ "Spread" ให้ใส่ตัวเลข Spread ที่เราต้องการทดสอบ ถ้าเลือกเป็น Current ระบบจะดึงค่า Spread ณ เวลานั้นมาทดสอบ

แนะนำให้ระบุตัวเลข Spread เข้าไปเลยตอนทดสอบ เพราะ EA บางตัวมีการกำหนดค่า Max Spread เอาไว้ แล้วสมมุติว่าเราทดสอบช่วงตลาดปิด Spread ของคู่เงินนั้นถูกถ่างออกเกินค่า Max Spread ของ EA ทำให้ไม่มีออเดอร์ตอนทดสอบได้

หรือถึงแม้ว่า Spread จะไม่เกินค่า Max Spread และสามารถเปิดออเดอร์ได้ แต่เราอาจจะทดสอบบนค่า Spread ที่สูงเกินกว่าความเป็นจริงได้ ดังนั้นผมจึงแนะนำให้คุณระบุค่าเข้าไปเลยจะดีกว่า



ตั้งค่าของ EA ที่หัวข้อ "Expert properties"



หน้าต่างการตั้งค่าของ EA จะขึ้นมา ให้แถบ "Testing" ให้ใส่จำนวนเงินที่ต้องการใช้ในการทดสอบที่ช่อง "Initial deposit"



หัวข้อ "Positions" ใช้เลือกโหมดออเดอร์ ซึ่งมีให้เลือก 3 แบบ เลือกตามความต้องการได้เลย



เมื่อตั้งค่าจำนวนเงินและ Positions แล้วก็ไปที่ "Inputs" ให้ตั้งค่าตรงหัวข้อ "Value" อีก 3 หัวข้อด้านหลังใช้สำหรับทำ Optimization เมื่อตั้งค่า EA ตามที่เราต้องการทดสอบได้เลย




ส่วน 3 เมนู "Symbol properties" และ "Open chart" และ "Modify expert" จะไม่ค่อยได้ใช้ ผมขอข้ามไปเลยนะครับ


เมื่อตั้งค่าต่างๆเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม "Start" มุมขวาล่างได้เลย

ตัวอย่างผมทดสอบ EA "Moving Average" ที่มีมาให้กับ MT4 และใช่ค่าเดิมไม่ได้ปรับอะไร ดังนั้นไม่ต้องสนใจเรื่องผลกำไรขาดทุนที่ออกมานะครับ ผมเพียงแค่ทำตัวอย่างให้ดูขั้นตอนเพียงเท่านั้น

เมื่อเรากดปุ่ม "Start" การทดสอบก็เริ่มทำงาน ซึ่งจะแถบด้านล่างเราสามารถเรียกดูได้ 4 หัวข้อ



หัวข้อ "Results" จะแสดงรายละเอียดของแต่ละออเดอร์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น



หัวข้อ "Graph" จะแสดงกราฟการเติบโตของพอร์ต



หัวข้อ "Report" จะแสดงข้อมูลเมื่อการทดสอบเสร็จแล้ว เรื่องการอ่าน Report ผมขอยกยอดไปอธิบายในบทความเกี่ยวกับโรบอทเทรดภายหลังนะครับ



หัวข้อ "Journal" จะแสดง Log การทำงานของ EA ซึ่งเราสามารถตรวจสอบการทำงานของ EA ว่าผิดปกติหรือไม่ได้ที่หน้านี้เช่นกัน




ในส่วนของ "Optimization" จะเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้ในการทำ Optimiz เพื่อสุ่มหาค่าพารามิเตอร์ของ EA ตามเงื่อนไขที่เรากำหนด ฟังก์ชั่นนี้จะ Advance ขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งผมขอยังไม่อธิบายในตอนนี้นะครับ เอาไว้ผมเขียนบทความถึงเรื่องเกี่ยวกับโรบอทผมจะมาอธิบายให้ฟังกันอีกทีฝากติดตามกันด้วยนะครับ


ตอนนี้เราก็รู้ขั้นตอนการทำ Backtest ไปแล้ว สำหรับคนที่อยากทดสอบ EA หรือ Indicator ก็ลองเล่นกันดูได้เลย ขอให้สนุกกับการ Backtest นะครับ


- Purd Tanitas -


โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ Exness ได้ ที่นี่
โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ XM ได้ ที่นี่
โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ Doo Prime ได้ ที่นี่


Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2562

ขั้นตอนการ Backtest ด้วย MT4 ทำอย่างไร? : Part # 2


"ขั้นตอนการ Backtest ด้วย MT4 ทำอย่างไร?"

Part # 2

ในตอนนี้เรามาดูขั้นตอนการเตรียมข้อมูลราคาย้อนหลัง อีกวิธี คือ "การนำข้อมูลราคาจากภายนอกมาใส่ MT4 ด้วยตัวเอง" เพื่อใช้ในการ Backtest


ซึ่งมีขั้นตอนการทำหลักๆอยู่ 3 ขั้นตอน คือ

  • Download data : เตรียมข้อมูลราคา
  • Import data to MT4 : นำข้อมูลราคามาใส่ใน MT4
  • Convert data : แปลงข้อมูลราคาจาก M1 เป็น Time Frame อื่นๆ


Download data





  • เมื่อเข้าเว็ปไซด์มาแล้ว เลือกหัวข้อ "Download Free Forex Data"
  • ตรงหัวข้อ "MetaTrader 4 / MetaTrader 5" ให้เลือกที่ "M1 (1 Minute Bar) Data"



  • "เลือกคู่เงิน" ที่ต้องการโหลดข้อมูลราคา ตัวอย่างผมจะเลือกโหลด "EURUSD"



  • "เลือกข้อมูลปี" ที่ตั้งการโหลด ตัวอย่างผมต้องการข้อมูลปี 2000-2018 ผมก็โหลดไฟล์ทั้งหมดลงในเครื่อง ให้โหลดไฟล์นามสกุล .zip



  • เมื่อโหลดไฟล์มาครบแล้ว ให้ทำการ "แตก Zip ไฟล์" ทั้งหมดออกมา




Import data to MT4

  • "Disconnect internet" ก่อน

  • เปิด MT4 แล้วไปที่เมนู "Tools" เลือก "History Center"

  • ไปที่คู่เงินที่เราต้องการ Import ข้อมูลราคาเข้าไป โดยเปิดที่ "1 Minute (M1)"

  • ทำการลบข้อมูลราคาด้านขวาทั้งหมดออกก่อน โดยคลิ๊กที่ราคาแถวบนสุดให้เป็นแถบน้ำเงิน จากนั้นใช้เม้าส์เลื่อนแถบด้านข้างลงไปบันทัดล่างสุด แล้วกดปุ่ม "Shift" ที่คีย์บอร์ดค้างไว้แล้วคลิ๊กที่ราคาบันทัดล่างสุด แถบน้ำเงินจะคลุมราคาทั้งหมด แล้วกดปุ่ม "Delete"

  • เมื่อลบข้อมูลราคาหมดแล้ว กดปุ่ม "Import"

  • หน้าต่าง "Import" จะขึ้นมาให้กดที่ปุ่ม "Browse"

  • หน้าต่าง "Open" จะขึ้นมาให้เลือกไปที่ไฟล์ราคาที่เราโหลดมาเก็บไว้ในเครื่องก่อนหน้านี้ โดยเลือกที่ไฟล์นามสกุล .csv ปีที่ไกลสุดก่อน เมื่อเลือกไฟล์แล้วกดปุ่ม "Open"

  • ตัวอย่างราคาจะขึ้นมาดังรูป จากนั้นกดปุ่ม "OK" ทะยอย Import ข้อมูลราคาของปีอื่นๆจนครบ โดยทำตามขั้นตอน Import ซ้ำเหมือนเดิม


  • เมื่อ Import data ครบแล้วให้ทำการลบข้อมูลราคาใน Time Frame อื่นๆทั้งหมดด้วย เสร็จแล้วกดปุ่ม "Close" ไปได้เลย


Convert data
  • เปิดคู่เงินที่เรา Import data เข้าไปขึ้นมาแล้วเลือก Time Frame "M1"

  • กดปุ่ม "Auto Trading"

  • ไปที่หน้าต่าง "Navigator" ด้านซ้ายมือ แล้วกดแสดง List เมนู "Script" ทำการลาก Script ชื่อ "PeriodConverter" ใส่ลงกราฟ

  • เมื่อลาก Script ลงกราฟจะมีหน้าต่างของ Script ขึ้นมา แล้วเลือกหัวข้อ "Common" ติ๊กตรงหัวข้อ "Allow live trading" และ "Allow DLL imports" และ "Allow import of external exports"

  • จากนั้นเลือกหัวข้อ "Inputs" แล้วแก้ตัวเลขเพื่อ Concert ราคาจาก M1 เป็น Time Frame ต่างๆจนครบ

โดย 5 = M5 , 15 = M15 , 30 = M30 , 60 = H1 , 240 = H4 , 1440 = D1 , 10080 = W1 , 43200 = MN1


เมื่อลาก Script ลงกราฟและแก้ตัวเลขตาม Time Frame แล้ว ลองมาดูที่หน้าต่าง "Terminal" หัวข้อ "Expert" จะมีข้อความบอกว่า Scriptทำการ Convert ราคาจาก M1 ไปเขียนเป็นข้อมูลราคาใน Time Frame นั้นได้จำนวนเท่าไหร่



ลาก Script ลงกราฟ 1 ครั้งต่อการ Convert 1 Time Frame ทำจนครบก็จะได้ราคาในทุก Time Frame

  • เมื่อ Convert ราคาครบแล้ว ให้ไปตรงสอบที่ "History Center" อีกครั้งว่าราคาใน Time Frame อื่นๆเพิ่มเข้ามาแล้วหรือไม่ ถ้าดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Time Frame นั้นแล้วยังไม่มีข้อมูลราคา ให้ปิด MT4 แล้วเปิดใหม่ ถ้ายังไม่ใข้อมูลราคาให้ลาก Script ลงกราฟใหม่อีกรอบ



เท่านี้เราก็จะได้ข้อมูลราคาย้อนหลังเพื่อทำการ Backtest กันแล้ว ลองทำกันดูนะครับ ใครติดปัญหาในส่วนไหนคอมเม้นสอบถามกันมาได้เลยครับ

ในตอนหน้าเรามาดูวิธี Backtest กันครับ ฝากกดติดตามกันด้วยนะครับ เมื่อมีบทความใหม่จะได้แจ้งอัพเดทใหม่ทราบครับ


- Purd Tanitas -


โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ Exness ได้ ที่นี่
โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ XM ได้ ที่นี่
โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ Doo Prime ได้ ที่นี่


Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2562

ขั้นตอนการ Backtest ด้วย MT4 ทำอย่างไร? : Part # 1


"ขั้นตอนการ Backtest ด้วย MT4 ทำอย่างไร?"

Part # 1

ตามที่มีผู้เสนออยากให้เขียนบทความ ขั้นตอนการทำ "Backtest" มา ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นมาให้ได้อ่านกันแล้วนะครับ

สำหรับมือใหม่ที่ยังใช้งาน MT4 ไม่คล่องสามารถข้ามเรื่องนี้ไปก่อนได้เลยนะครับ ไว้ถ้าคุณต้องการใช้การ Backtest เมื่อไหร่ ค่อยย้อนกลับมาดูใหม่อีกครั้งก็ได้ครับ



การ Backtest บน MT4 เป็นการทดสอบการทำงานของ EA หรือ Indicator ด้วยข้อมูลราคาย้อนหลัง ส่วนจะทดสอบเพื่อจุดประสงค์ใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ทดสอบแต่ละคน

โดยขั้นตอนในการทำ Backtest มี 2 ส่วน คือ

  • เตรียมข้อมูลราคา (Data Price) ที่จะใช้ในการ Backtest
  • ทำการ Backtest EA หรือ Indicator ตามต้องการ 


เรามาดูขั้นตอนการเตรียมข้อมูลราคาย้อนหลังกันก่อนเลยครับ วิธีการสามารถทำได้ 2 วิธี คือ

  • โหลดจาก Plateform MT4 โดยตรง
  • นำข้อมูลราคาจากภายนอกมาใส่ MT4 ด้วยตัวเอง


ในเรื่องของขั้นตอนการทำ Backtest ผมจะแบ่งเนื้อหาเป็น 3 Parts นะครับ โดยเนื้อหาใน Part แรกผมจะอธิบายวิธีโหลดจาก Plateform MT4 โดยตรงให้ได้ฟังกันก่อน


โดยข้อมูลราคาที่เราโหลดจะเป็นข้อมูลราคาย้อนหลังที่ได้มาจาก Metatrader ไม่ใช่ราคาของโบรกเกอร์ที่เราใช้อยู่นะครับ

ข้อดีของวิธีนี้ คือ ง่าย ไม่ยุ่งยาก
ส่วนข้อเสีย คือ บางเวลาข้อมูลราคาอาจขาดแหว่ง ข้อมูลมาไม่ครบ หรือโหลดไม่ผ่าน

ดังนั้นเมื่อเราใช้วิธีนี้โหลดข้อมูลราคาย้อนหลังมาแล้ว จะต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าราคามาครบหรือไม่ หากมาไม่ครบเราจำเป็นจะต้องใช้อีกวิธี


มาดูวิธีการกันเลย เริ่มจากเราจะต้องตั้งค่า "Max bars" กันก่อน โดยไปที่เมนู "Tools" แล้วเลือก "Options"



จะมีหน้าต่าง "Options" ขึ้นมา แล้วเราทำการเลือกหัวข้อ "Charts"

ให้เราทำการแก้ตัวเลขในช่อง "Max bars in history" และ "Max bars in chart" ใส่ตัวเลขตามจำนวน Bars ที่เราต้องการ หรือ จะใส่ตัวเลขให้มากไว้ก่อนก็ได้ กรณีนี้ผมจะใส่ตัวเลข 10 ล้าน



จากนั้นมาที่เมนู "Tools" แล้วเลือก "History Center"



จะมีหน้าต่าง "History Center" ขึ้นมา



เลือกคู่เงินที่ต้องการโหลดข้อมูล แล้วเลือกที่ "1 Minute (M1)" โดยดับเบิ้ลคลิ๊กที่ M1 จะมีข้อมูลราคาขึ้นมาทางด้านขวามือ และจำนวนข้อมูลที่มีก่อนโหลดจะแสดงตัวเลขอยู่ด้านบน

จากนั้นกดปุ่ม "Download" ด้านล่าง



จะมีหน้าต่าง "Download Warning" ขึ้นมา เพื่อเตือนเราว่าข้อมูลที่โหลดมาจาก "MetaQuotes Software Corp." เราก็กด "OK" ไปครับ



จากนั้นก็รอจนโหลดเสร็จ ช้า หรือ เร็ว ขึ้นอยู่จำนวนข้อมูลและความเร็ว Internet

เมื่อโหลดจนเสร็จ ให้สังเกตุดูจำนวนตัวเลขที่แสดงด้านบนว่าการโหลดสำเร็จหรือไม่ ถ้าจำนวนไม่ได้เพิ่มขึ้นให้กด "Download" ใหม่อีกครั้ง จนกว่าจะโหลดสำเร็จ แต่ถ้าไม่สามารถโหลดได้เราก็ต้องใช้อีกวิธี



ปล. ตั้งแต่ปลายปี 2018 จนถึงวันที่ผมเขียนบทความนี้เดือนมกราคม 2019 ข้อมูลที่โหลดด้วยวิธีนี้จะขาดแหว่งหายไปหลายเดือน ดังนั้นช่วงนี้จะไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้ดีนัก เพราะข้อมูลมาไม่ครบถ้วน แต่หากคุณไม่ได้ต้องการทดสอบข้อมูลจนถึงปัจจุบันก็สามารถที่จะใช้ได้


ตอนนี้ก็รู้วิธีแรกกันไปแล้ว ลองทำกันดูนะครับ ใครโหลดด้วยวิธีนี้แล้วติดปัญหาตรงส่วนไหนสามารถคอมเม้นถามมาได้เลยนะครับ

อีกวิธีผมจะมาอธิบายให้ฟังกันในตอนต่อไป ฝากติดตามกันด้วยนะครับ


- Purd Tanitas -


โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ Exness ได้ ที่นี่
โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ XM ได้ ที่นี่
โหลด MT4 จากโบรกเกอร์ Doo Prime ได้ ที่นี่


Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 29 : วิธี "Modify Order" และ "Close Order" MT4


"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 29

หลังจากที่เรารู้วิธีใช้คำสั่งเปิดออเดอร์กันไปแล้ว ในตอนนี้เรามาดูวิธี "Modify Order" และ "Close Order" MT4 กันต่อครับ วิธีการมีดังนี้



ตรงแถบ Teminal จะมีออเดอร์ที่เราเปิดอยู่ ให้ทำการ "คลิ๊กขวา" ตรงออเดอร์ที่ต้องการ Modify แล้วเลือก "Modify or Delete Order"



จะมีหน้าต่างของ Order นั้นขึ้นมา ตรงหัวข้อ "Type" ที่เลือก "Modify Order" ไว้จะเป็นการ Modify Order โดยสามารถคีย์ราคา Stop loss ในช่อง Stop Loss และคีย์ราคา Take Profit ในช่อง Take Profit



หรืออีกวิธี คือ คีย์ระยะ Points ด้านซ้ายตรงกับฝั่ง Stop Loss เพื่อตั้งระยะของ Stop loss และคีย์ระยะ Points ด้านขวาตรงกับฝั่ง Take Profit เพื่อตั้งระยะของ Take Profit


แต่วิธีนี้จะใช้ราคาอ้างอิงจากราคาที่แสดงในหัวข้อ "Copy as" ซึ่งราคาจะมีการขยับตามราคาปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา วิธีนี้เหมาะกับคนที่ต้องการตั้ง SL/TP แบบประมาณการณ์ หากต้องการราคา SL/TP ที่เป๊ะๆต้องใช้วิธีตั้งแบบระบุราคาแทน


ยังมีวิธีตั้ง SL / TP และ Modify SL / TP แบบรวดเร็วอีกแบบ

วิธีตั้ง SL / TP ในออเดอร์ที่เรายังไม่ได้ตั้ง SL / TP คือ นำเม้าส์ไปชี้ที่เส้นประเขียวที่เป็นราคาเปิดของออเดอร์



คลิ๊กซ้ายที่เส้นประค้างไว้แล้ว "ลากขึ้น" ไปถึงจุดที่ต้องการแล้วปล่อยเพื่อ "ตั้ง TP ออเดอร์ Buy"



และ "ลากลง" เพื่อ "ตั้ง SL ออเดอร์ Buy"


ส่วน "ออเดอร์ Sell" ทำตรงกันข้ามโดย "ลากขึ้น" เพื่อ "ตั้ง SL" และ "ลากลง" เพื่อ "ตั้ง TP"

สังเกตุด้านซ้ายมือระหว่างที่ลากเส้นจะแสดงตัวเลข กำไร / ขาดทุน และระยะห่าง หน่วยจะแสดงเป็น Pips แต่สำหรับโบรกเกอร์ 5 จุด ตัวเลขที่แสดงคือ Points


ส่วนวิธี Modify SL / TP ก็จะคล้ายกัน แค่ลากเส้นสีแดงที่เป็น SL / TP เดิมลากไปยังจุดที่เราต้องการแก้ไข

เมนู "Modify" ยังสามารถใช้ในการปิดออเดอร์แบบ "แบ่งปิด" ได้อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น : เรามีออเดอร์ที่เปิดด้วยขนาด Lot 0.1 แล้วมีกำไรถึงจุดหนึ่งต้องการ Take Profit ก่อนครึ่งหนึ่ง และถือออเดอร์ต่ออีกครึ่งหนึ่ง วิธีการมีดังนี้

เลือกหัวข้อ "Type" เป็น "Maket Execution"



แล้วแก้ขนาด Lot ให้ตรงกับขนาด Lot ที่เราต้องการปิดออเดอร์ตรงหัวข้อ "Volume"

จากตัวอย่างออเดอร์เปิดด้วยขนาด Lot 0.1 แล้วเราต้องการปิดออเดอร์ครึ่งหนึ่ง เราก็ทำการแก้ขนาด Lot เป็น 0.05 แล้วกดปุ่ม "Close" ด้านล่างสีเหลือง


ออเดอร์ก็จะถูกปิดครึ่งหนึ่งเหลืออีกครึ่งหนึ่งที่ถือต่อไป


ส่วนวิธีการ "Close Order" ทำได้ 2 วิธี

วิธีแรก : เลือกออเดอร์ที่ต้องการปิดเป็นแถบสีน้ำเงินแล้วคลิ๊กขวา แล้วเลือก "Close Order"



วิธีที่สอง : กดปุ่ม x ด้านหลังออเดอร์



ตอนนี้เราก็รู้วิธีการ "Modify Order" และ "Close Order" กันไปแล้ว ใครถนัดวิธีไหนก็เลือกใช้วิธีตามที่ถนัดกันได้เลยนะครับ


- Purd Tanitas -


เปิดบัญชี Exness คลิ๊กที่นี่ รหัสพาร์ทเนอร์ s9osq4ce

เปิดบัญชีจริง XM คลิ๊กที่นี่  รหัสพันธมิตร KG429

เปิดบัญชี Doo Prime คลิ๊กที่นี่   รหัสอ้างอิง 734841


Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 40 : ตั้งค่า Period ของ Indicator เท่าไหร่ดี?

"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 40 :  ตั้งค่า Period ของ Indicator เท่าไหร่ดี? หลายคนข้องใจว่าจะตั้งค่า "Period" ของ...