"เริ่มต้น Forex จาก 0" ตอนที่ # 20
หลังจากที่เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับพื้นฐาน Forex ในส่วนที่จำเป็นต่อการเริ่มต้นกันไปแล้ว ต่อมาก็เตรียมเปิดบัญชีสำหรับใช้ในการเทรด
โดยมือใหม่ผมแนะนำให้คุณเปิดบัญชีเดโม่เพื่อฝึกใช้งานก่อน จนกว่าจะชำนาญแล้วค่อยเทรดบัญชีจริง
บัญชีเดโม่ ผมอยากให้มือใหม่ใช้สำหรับฝึกใช้งาน MT4 ให้คล่องก่อน ยังไม่ต้องสนใจเรื่องกำไรขาดทุน เมื่อพร้อมเทรดจริงแล้วค่อยเปิดบัญชีจริงอีกทีครับ
ถ้าจะเปิดบัญชีเดโม่ ผมอยากให้เปิดกับโบรกเกอร์ที่เราจะเลือกใช้ไปเลย เพราะค่า Spread และเงื่อนไขอื่นๆ จะใกล้เคียงกับบัญชีที่คุณจะใช้เทรดจริงนั่นเอง
เพราะฉะนั้นในตอนนี้ เรามาดู "เกณฑ์การเลือกโบรกเกอร์" กันครับ ว่ามีเกณฑ์ในการเลือกยังไงกันบ้าง
จริงๆแล้วแต่ละโบรกเกอร์ก็จะมี "ข้อเด่น" และ "ข้อด้อย" ที่แตกต่างกันออกไป อยู่ที่ใครให้น้ำหนักความสำคัญเรื่องไหนมากกว่ากัน ก็จะใช้เรื่องนั้นเป็นเกณฑ์ของตัวเองในการเลือกโบรกเกอร์
มาดูกันว่ามีเกณฑ์อะไรบ้างที่นำมาใช้ในการพิจารณาเลือกโบรกเกอร์
เรื่องแรกที่สำคัญอันดับต้นๆเลย คือ
# ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ : หลักๆจะดูเรื่องของ สถานที่ตั้งอยู่ที่ไหน น่าไว้ใจมากน้อยแค่ไหน ซึ่งดูจากได้จากใบอนุญาตที่โบรกเกอร์แสดงไว้ในหน้าเว็ปไซด์ของโบรกเกอร์นั้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะของโบรกเกอร์ได้
โดยใบอนุญาตของโบรกเกอร์จะต้องได้รับมาตรฐานในระดับสากล ในอนุญาตที่มีความน่าเชื่อถือในระดับต้นๆ ของโลก มีดังนี้
Cyprus - Cyprus Securities and Exchange Commission (CySEC)
Germany - Federal Financial Supervisory Authority (BaFin)
Australia - Australian Securities and Investments Commission (ASIC)
Switzerland - Swiss Financial Market Supervisory Authority (FINMA)
Japan - Financial Services Agency (FSA)
United Kingdom - Financial Conduct Authority (FCA)
US - Financial Industry Regulatory Authority (FINRA)
US - U.S. Securities and Exchange Commission (SEC)
และก็ยังมีใบอนุญาตจากประเทศอื่นนอกเหนือจากนี้อีกเช่นกัน
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น ใบอนุญาตที่กล่าวไว้ข้างต้นก็เหมือน ใบอนุญาตโบรกเกอร์เกรด A ส่วนใบอนุญาตอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นเกรดที่รองลงมานั่นเอง
# ค่า Spread : ค่าธรรมเนียมในการเทรดสูงต่ำเพียงใด ยิ่งต่ำถือว่ายิ่งดี แต่บางโบรกเกอร์ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสูงๆ ค่า Spread อาจจะไม่ต่ำก็ได้ แต่ก็ไม่ควรจะสูงจนเกินไป
![]() |
ลิขสิทธิ์:ayo88/123RF |
ดังนั้นก็ต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่าเรื่องนี้มีผลกับระบบที่เราใช้เทรดมากน้อยแค่ไหน
# ส่งออเดอร์ตรงกับธนาคาร หรือ รับไว้เอง : ที่ผมได้เคยเกริ่นไว้ในตอนที่ 12 ว่ามีโบรเกอร์อยู่ 2 ประเภท คือ แบบส่งออเดอร์ตรงกับธนาคาร เรียกว่า บัญชีประเภท STP และ ECN บัญชี 2 ประเภทนี้ ส่วนมากจะเป็นบัญชีประเภท Standard Lot
อีกแบบ คือ รับออเดอร์ไว้เอง หรือเรียกว่า ผู้ทำตลาด (Market Maker : MM) หากจะเลือกโบรกเกอร์ประเภทนี้ ควรดูโบรกเกอร์ที่มีความรับผิดชอบหน่อย
ในวงการโบรกเกอร์จะเรียกโบรกเกอร์ประเภทส่งออเดอร์ตรงกับธนาคารว่า A Book และเรียกโบรกเกอร์ที่รับออเดอร์ไว้เองว่า B Book ซึ่งบางโบรกเกอร์ก็เป็น A Book 100% บางโบรกเกอร์ก็เป็น B Book 100% และบางโบรกเกอร์ก็เป็นทั้ง A Book และ B Book ทั้ง 2 แบบ
# ไม่ปรับแต่งกราฟจนเกินไป : ทุกโบรกเกอร์สามารถปรับแต่งกราฟได้ ซึ่งราคานั้นไม่ควรมีการแต่งกราฟที่ผิดปกติจนเกินไป เช่น จงใจดึงราคาไปกิน Stoploss ของลูกค้าที่มีปริมาณซื้อขายจำนวนมากในบริเวณนั้น
ส่วนมากแล้วการกระทำแบบนี้จะเกิดขึ้นกับโบรกเกอร์ประเภท B Book ที่ไม่ค่อยมีจรรยาบรรณ แต่จะไม่ค่อยเห็นในโบรกเกอร์ประเภท A Book
# เปิด / ปิด ออเดอร์ได้รวดเร็ว : ไม่ควร Delay นานเกินไป หรือ กดคำสั่งไม่ไป จนต้องกดซ้ำหลายครั้ง ยิ่งคนที่ใช้กลยุท์ในการเทรดสั้นด้วยแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญไม่น้อย
# มีเจ้าหน้าที่ Support เป็นคนไทยดูแลหรือไม่ : ถ้ามีคนช่วยดูแลเป็นคนไทยจะยิ่งง่ายในการประสานงาน ในกรณีที่เราเจอปัญหาและต้องการความช่วยเหลือ
# ฝาก ถอน ง่าย และสะดวกรวดเร็ว : อันนี้สำคัญมาก เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ ผมเชื่อว่าทุกคนก็อยาก ฝาก ถอน ง่าย และได้เงินเร็วกันทั้งนั้น เรื่องนี้ก็ควรนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน
# อื่นๆ : อันนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจเฉพาะบุคคลที่มีเพิ่มเติม เช่น มีโบนัส มีกิจกรรมเทรดแลกของรางวัล หรือ การจัดอบรมบ่อยๆ เป็นต้น โดยส่วนตัวผมแล้วข้อนี้ ผมไม่เน้นให้ความสำคัญมากนัก
ตอนนี้พอจะรู้หลักเกณฑ์ในการเลือกโบรกเกอร์กันแล้ว คุณก็น่าจะพอสามารถเลือกด้วยตัวเองได้แล้ว ชอบโบรกเกอร์ไหนก็เลือกได้ตามใจชอบเลยครับ
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าจะเลือกโบรกเกอร์ไหนดี ผมมีโบรกเกอร์ที่ใช้อยู่หลักๆ 3 ที่ ดังนี้ครับ
1. FBS : ได้รับใบอนุญาต CySEC Licence Number: 331/17 (Registration Number 353534) และ Belize IFSC (Licence no. IFSC/60/230/TS/17)
2. XM : ได้รับใบอนุญาต FCA (หมายเลขอ้างอิง: 705428) และ ASIC (เลขที่ 443670) และ CySEC License Number: 120/10 (Registration Number: 251334) และ Belize IFSC (Licence no. IFSC/60/354/TS/18)
3. Pepperstone : ได้รับใบอนุญาต AFSL #414530 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ASIC มีประกันคุ้มครองกับ Lloyds of London เก็บรักษาบัญชีของลูกค้าไว้กับธนาคารในประเทศออสเตรเลีย
ท่านใดที่อยากสนับสนุนผมในการเขียนบทความต่อไปเรื่อยๆ หรือ อยากร่วมใช้ Ai เทรดในอนาคต หลังจากที่ ผม เพื่อนๆ และ อาจารย์ ช่วยกันพัฒนาจนเสร็จ ก็สามารถใช้ลิ๊งด้านล่างนี้เปิดบัญชีได้เลยนะครับ
เปิดบัญชี FBS คลิ๊กที่นี่
เปิดบัญชีเดโม่ XM คลิ๊กที่นี่
เปิดบัญชีจริง XM คลิ๊กที่นี่
เปิดบัญชี Pepperstone คลิ๊กที่นี่ Affiliate ID: 3356
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับหลายๆคนใช้ในการเลือกโบรกเกอร์นะครับ
- Purd Tanitas -
Blogger : http://startupforexforbeginner.blogspot.com
Blockdit : Startup Forex by Purd Tanitas
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น